กระแสทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ปี 2560

เรื่องของเศรษฐกิจถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนในชาตินั้นสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอย่างมีความสุข พูดง่ายๆ ก็คือหากปีไหนเศรษฐกิจมีแนวโน้มไปในทางที่ดีหรือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดีคนในประเทศก็จะทำอะไรได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สามารถทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการจะทำได้อย่างไม่ขัดสน ในทางกลับกันถ้าหากว่าเศรษฐกิจช่วงไหนมีแนวโน้มไม่ดีหรือว่ามีแนวโน้มจะตกต่ำ การใช้ชีวิตของคนในประเทศก็จะดูห่อเหี่ยวตามไปด้วย เป็นหลักทางเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องของความสุขมวลรวมในประเทศ ปกติเป็นประจำของทุกๆ ปีอยู่แล้วว่าเมื่อขึ้นศักราชย่อมที่จะต้องมีการคาดการณ์หรือมีการชี้กระแสทิศทางของเศรษฐกิจซึ่งมีความน่าจะเป็นในแต่ละปีว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร อย่างในปี 2560 ที่มาถึงนี้แน่นอนว่าก็ย่อมที่จะมีการวางกระแสของเศรษฐกิจในปีนี้ว่าจะมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางไหนบ้างโดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีการคาดการณ์ว่า GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไทย ซึ่งก็หมายถึง มูลค่าตลาดสินค้าและบริการคนสุดท้ายที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศต่อช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่ได้สนใจผลผลิตนั้นจะเกิดขึ้นมาจากทรัพยากรที่ไหน และจีดีพีที่ว่านี้จะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงมาตรฐานค่าครองชีพต่อประชากรในประเทศนั้นๆ ด้วย โดยรัฐบาลไทยมองว่าในปี 2560 นั้น ค่าจีดีพีในประเทศจะสูงขึ้นอีก 4% อย่างไรก็ตามภาคเอกชนที่ถือว่าเป็นภาคที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจของไทยกลับมองต่างกัน โดยนักเศรษฐศาสตร์เอกชนและธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์กันว่าการเติบโตในปี 2560 นั้นจะไปไม่ถึง 4% จากการที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและสภาพัฒน์คาดการณ์เอาไว้ ประเด็นหลักก็อยู่ที่เรื่องของความเสี่ยงในด้านการเมืองที่จะไปสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักลงทุนจากต่างชาติในการที่จะเข้ามาลงทุนยังประเทศไทย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์เหล่านี้ยังเห็นด้วยเหมือนกันอีกว่าในปีที่ผ่านมานั้นเศรษฐกิจของไทยอยู่ในลักษณะของการประคองตัวซึ่งก็ทำได้ดีแม้ว่าจะต้องเจอกับปัจจัยต่างๆ มากมายทั้งภายในและภายนอก ทว่าอัตราเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับปานกลาง เหตุผลก็เพราะยังคงมีความเสี่ยงจากหลายปัจจัยเป็นตัวที่กดดันอยู่ ปัจจัยที่จะถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ก็จะเป็นเรื่องของการใช้จ่ายในภาครัฐ และเรื่องของการบริโภคกันเองในประเทศเป็นหลัก เรื่องของการส่งออกเองก็มีทีท่าว่าดีขึ้นอย่างไรก็ตามยังถือว่าความไม่แน่นอนก็ยังคงมีมากอยู่ดีเนื่องด้วยเศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ ค่าเงินบาทก็มีแนวโน้มผันผวน และปัจจัยการเมืองในประเทศจะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับเศรษฐกิจในปีนี้

otop-aec

ความต้องการสินค้าเมื่อเป็น AEC

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อมีการรวมกลุ่มกันของประเทศในอาเซียนให้กลายเป็นกลุ่ม AEC ก็คือ เรื่องของสินค้าต่างๆ นับว่าเป็นการพัฒนาไปในทางที่ดีอย่างมาก อาจจะด้วยความที่สิ่งเหล่านี้ในอดีตมันก็เป็นสิ่งที่ขึ้นชื่ออยู่ก่อนแล้ว เมื่อยิ่งมีการรวมกลุ่มกันของแต่ละประเทศที่มีความสามารถในการผลิตสินค้าด้านต่างๆ ยิ่งทำให้กลายเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตากลุ่มประเทศอาเซียนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดีหากดูแนวโน้มของความต้องการสินค้าจากกลุ่ม AEC ที่ประเทศอื่นๆ ต้องการมีเพิ่มมากขึ้น ทว่ามันก็มีเหตุผลที่ดีที่สามารถมารองรับได้ว่านี่คือประเด็นสำคัญที่ทำให้เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี ถือว่ามีฐานการผลิตที่ดีร่วมกัน – แต่เดิมนั้นประเทศในกลุ่มอาเซียนถือว่าเป็นประเทศที่เน้นในเรื่องของแรงงานการผลิตมาก่อนแต่ดั้งเดิมแล้ว อันจะเห็นได้จากมักมีบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกมากมายเข้ามาวางฐานการผลิตที่ประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน เมื่อเป็นเช่นนี้มันจึงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผลิตสินค้าของประเทศต่างๆ ว่ามีความสามารถมากขนาดไหน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือพอการรวมตัวเกิดขึ้น เศรษฐกิจมีการพัฒนาขึ้นกลุ่มบริษัทในประเทศต่างๆ ของอาเซียนก็กล้าที่จะผลิตพร้อมส่งจำหน่ายด้วยตัวเองมันก็เลยทำให้เกิดความเชื่อมั่นตามมาว่าสินค้าที่มาจากกลุ่มประเทศเหล่านี้สามารถเชื่อถือได้ วัตถุดิบมีความอุดมสมบูรณ์ – ต้องยอมรับสิ่งหนึ่งที่ทำให้สินค้าหลายประเภทของกลุ่มอาเซียนมีคุณภาพอย่างมากเกิดจากการที่วัตถุดิบต่างๆ ของพื้นที่ในบริเวณนี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ อย่างประเทศไทยเองข้าวถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ทำให้ต่างประเทศก็ค่อนข้างที่จะให้การยอมรับอยู่แล้วเมื่อมีการรวมกลุ่มประเทศกันอีกมันก็ยิ่งทำให้เกิดความเชื่อมั่นในความต้องการสินค้าจากกลุ่มอาเซียนมากขึ้นไปอีก มีศักยภาพในการต่อรองมากขึ้น – ต้องเข้าใจว่าเมื่อมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มย่อมมีพลังอำนาจในการที่จะต้องรองเรื่องของผลประโยชน์ เรื่องของสินค้าได้มากกว่าการที่ต้องไปต่อรองเพียงผู้เดียว เมื่อเป็นเช่นนี้เหล่าบรรดาประเทศต่างๆ ที่ให้ความสนใจในสินค้าของกลุ่มประเทศ AEC จึงมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าจะมีโอกาสได้สินค้าที่ดี มีคุณภาพ เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขาอย่างไม่มีข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น   แต่ละประเทศสามารถแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกันได้ – เมื่อสามารถที่จะเรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีต่างๆ ได้คุณภาพของสินค้าที่จะออกมามันก็มีคุณภาพดีมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อคุณภาพดีมากขึ้นก็ไม่ใช่เรืองแปลกที่ต่างประเทศจะให้ความสนใจในสินค้าของกลุ่มประเทศจากอาเซียนเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว เป็นการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาอย่างแท้จริง

ot

OTOP สินค้าส่งออกเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทย

     OTOP เป็นสินค้าอีกหนึ่งประเภทที่มียอดส่งออกจากต่างประเทศและยังช่วยให้เศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว สินค้า OTOP หลักๆที่ส่งออกก็คือ การแปรรูปอาหารส่งออก เช่นการแปรรูปผลไม้อย่างมะม่วงที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าผลไม้ไทย อร่อยที่สุดในโลก ด้วยความคิดของกลุ่มแม่บ้านอย่างหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่สามารถนำรายได้เข้าสู่หมู่บ้านของตนเอง และยังช่วยให้คนท้องถิ่นมีอาชีพ มีรายได้ และส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยไปในตัว การแปรรูปผลไม้และชาวต่างชาติสนใจมากก็คือ มะม่วงแห้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้มียอดส่งออกประมาณ 2หมื่นตันต่อปีเพราะเป็นอาหารที่ทานง่าน และพกพาสะดวก และมีอายุนานนับปี ผลไม้ที่แปรรูปอันดับ 2 ที่ส่งออกสูงสุดก็คือกล้วย กล้วยสามารถนำไปแปรรูปออกมาได้มากมาย เช่นกล้วยอบน้ำผึ่ง กล้วยตาก แยมกล้วย และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้กล้วยไทยนั้นเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างมากเนื่องจากเกษตรกรปลูกกล้วยจริงๆจังๆนั้นน้อย และสินค้าที่ส่งออกนั้นไม่เพียงพอต่อการผลิต      สินค้า OTOP อย่างที่ 3 ก็คือ สิ่งทอสาร เช่นตะกร้า ที่ผลิตมาจากใบหรือก้านของมะพร้าว ใบตาล หรือไม้ไผ่ ซึ่งอาจะมองดูว่ามันสวยแต่ความคงทนอาจจะไม่ค่อยมี แต่ถ้าหากทราบถึงปริมาณการส่งออกละก็อาจจะตกใจ เพราะมียอดส่งออกต่อปี มาเป็นอันดับ 2 รองจากอาหาร เพราะสิ่งทอสาน นั้นไม่ค่อยมีคู่แข่งซักเท่าไร…