US-believes

สหรัฐเชื่อสินค้าไทยไปสหรัฐยังโตได้อีก 3.5% ต่อปี

ศูนย์วิจัยกสิกร ออกรายงานว่า ความล่าช้าของการพิจารณาต่ออายุสิทธิพิเศษทางภาษี หรือ GSP ของสหรัฐฯ ที่มอบให้แก่ประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ไม่น่ามีผลกระทบต่อภาพรวมของการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ ถ้าขาดช่วงสิทธิ GSP ไม่เกิน 6 เดือน เพราะสินค้าส่งออกภายใต้ GSP ของไทย คิดเป็น 16% โดยในปี 2561 เป็นปีที่มีการจัดการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จึงส่งผลให้ประเด็นเศรษฐกิจในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดภาษีเงินได้ หรือการเร่งกดดันประเทศที่เกิดดุลการค้ากับสหรัฐฯ จัดเป็นประเด็นร้อนซึ่งทางสหรัฐฯ น่าจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ส่งผลให้การพิจารณาการต่ออายุ GSP มีช่วงเวลาไม่ชัดเจน และแบ่งความเป็นไปได้ออกเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 การขาดสิทธิ GSP ไม่เกิน 6 เดือน จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ ในปี 2561 บวกกับสภาพอากาศอันเลวร้ายในสหรัฐฯ น่าจะทำให้สหรัฐฯ ต้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มมากขึ้น กรณีที่ 2 การขาดช่วงสิทธิ…

The-current

ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยดีขึ้นจริงหรือแย่ลง

ประชาชนคนไทยมักจะได้ยินรัฐบาลออกมารายงานว่า เศรษฐกิจไทยกำลังมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ในขณะที่ไปไหนมาไหน ก็จะได้ยินเสียงคร่ำครวญว่าเศรษฐกิจแย่มากขายของไม่ได้เลย ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า แท้จริงแล้ว เศรษฐกิจไทยกำลังจะดีขึ้นจริงหรือเปล่า แล้วทำไมคนจำนวนมากถึงรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังย่ำแย่อยู่เช่นเดิม ในขณะที่ตัวเลขของทางรัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวแล้ว และนี่คือหาข้อมูลอันเป็นเรื่องเท็จจริง เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดคนจำนวนมากจึงรู้สึกว่าเศรษฐกิจกำลังแย่เหลือเกิน สวนทางกับที่รัฐบาลกล่าว อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดูว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวนั้น ดูจากอัตราการเติบโตของ GDP ประมาณร้อยละ 3 ต่อปี แต่ในบางสำนักอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง แต่เวลาที่เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงเติบโตมากๆ และประชาชนรู้สึกว่าทำมาหากินได้คล่องตัวนั้นเป็นเพราะอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 6-7 % แปลว่าเศรษฐกิจที่กล่าวว่ากำลังโตแล้วในปัจจุบันนี้ ยังโตด้วยอัตราไม่สูงเลย การส่งออก มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยแบบ USD ในเดือนมิถุนายน ปี 2017 ขยายตัวสูงถึง 11.7% เมื่อเทียบกับมิถุนายน ปี 2016  รวมการส่งออกใน 6 เดือนแรกของปี 2017 พบว่าขยายตัวที่ 7.8 % (YOY) โดยเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี ภาคการส่งออกปรับตัวดีขึ้น จนอัตราการขยายตัวเป็นตัวเลข…

CBOT-Market

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ร่วงจากปัจจัยสภาพอากาศในอเมริกาใต้

ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT วันที่ 21 ธันวาคม 2560 พบสัญญาถั่วเหลืองร่วงหล่น แตะลง ณ ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยสภาพอากาศในอเมริกาใต้ ซึ่งมีผลต่อการเพาะปลูกมากขึ้น ส่วนทางด้านของสัญญาข้าวสาลีและข้าวโพดกลับพบปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบอันยาวนานกว่า 1 สัปดาห์ เพราะยอดจำหน่ายสินค้าส่งออกของสหรัฐดีกว่าตอนคาดการณ์ โดยสัญญาข้าวโพดซึ่งส่งมอบในเดือนมีนาคม พบว่าเพิ่มขึ้นจำนวน 2 เซนต์ หรือ 0.57% ปิดที่ 3.5125 ดอลลาร์/บุชเชล ส่วนสัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 3.5 เซนต์ หรือ 0.83% ปิดที่ 4.27 ดอลลาร์/บุชเชล และสัญญาถั่วเหลืองเดือนมีนาคม ร่วงมา 5.5 เซนต์ หรือ 0.57% ปิดที่ 9.59 ดอลลาร์/บุชเชล จากตัวเลขเหล่านี้มีการประเมินว่า ทางกองทุนได้ขายสัญญาถั่วเหลือง 3,800 ฉบับ พร้อมซื้อสัญญาข้าวโพดจำนวน…

แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทย

ปี 2561 รัฐบาลไทยเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจพร้อมกำจัดความยากจน ทั้งนี้พบสัญญาณดีขึ้นหลายอย่าง ซึ่งนับเป็นปีที่ขจัดความยากจน ผลักดันเม็ดเงินกระจายรายได้ให้ลงสู่ชุมชน ทั้งภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว เน้น 2 สิ่งนี้เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจ โดนจากการดูจากดัชนีชี้วัดหลายตัวแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งการเจริญเติบโตของ GDP ในปี 2560  อีกทั้งดัชนีเงินเฟ้อและจำนวนหนี้สิน ก็อยู่ในระบบเหมาะสม การส่งออกพบว่าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของภาครัฐขนาดใหญ่ เช่น โครงการคมนาคมขนส่ง , โครงการระเบียงเศรษฐกิจ สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนขึ้น ทางด้านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ทราบถึงความต้องการของประชาชนเป็นอย่างดี อันเนื่องมาจากการลงพื้นที่พร้อมสำรวจโพลต่างๆ ซึ่งอยากให้รัฐบาลพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตลอดจนสร้างความอิ่มท้องอิ่มใจ ให้แก่ประชาชนทุกคน ซึ่งมีการย้ำเตือนว่า นอกจากการดูแลเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว ทั้งในเรื่องของการส่งออก , ลงทุน ภายในประเทศตลอดจนดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาแล้ว ยังต้องมีการเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากผลักดันหาตลาดรวมทั้งเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรอีกด้วย ทั้ง ข้าว , ยางพารา , น้ำมันปาล์ม ต้องมีราคาสูงขึ้น อีกทั้งขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบจะได้เดินตามโรดแมปที่กำหนดเอาไว้แล้ว ต่อมาเมื่อผ่านปี 2561 ครึ่งปีหลัง พบว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี…

ธุรกิจที่มาแรงในประเทศไทยปี 2018

ในยุคปัจจุบันนี้ ใครๆก็ต่างก็มองหางาน หรือธุรกิจ เพื่อทำเป็นรายได้เสริมหรือรายได้หลัก เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน แต่การมองหาประเภทธุรกิจเพื่อลงทุนนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมันสามารถช่วยลดความเสี่ยงธุรกิจล้าสมัย หรือมีคนทำเยอะแล้ว อีกทั้งยังทำให้เราเป็นผู้นำในการสร้างบริการใหม่ๆอีกด้วยค่ะ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า ธุรกิจที่มาแรงในประเทศไทยปี 2018 นั้นมีอะไรบ้าง ขายสินค้าออนไลน์ ยุคสมัยนี้การใช้ Internet และเทคโนโลยี เป็นเรื่องไร้พรหมแดน ซึ่งบ้านหลังไหน ก็ล้วนแต่มีคอมพิวเตอร์ใช้กันทั้งนั้น ทำให้คุณเริ่มธุรกิจได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างลูกจ้างมาขายของอีกต่อไป แค่ตัวคุณคนเดียวก็สามารถเปิดร้านขายของเองได้แล้ว แต่คุณต้องพยายามหาสินค้าที่น่าสนใจ ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพียงแต่คุณต้องรู้จักโปรโมท และสร้างจุดเด่นให้กับร้านค้าของคุณด้วย ขนส่ง ธุรกิจนี้สืบเนื่องมาจากการขายของออนไลน์ ทำให้แม่ค้า – พ่อค้า จำเป็นต้องพึ่งพาบริการขนส่งสินค้ากันมากขึ้น ซึ่งเน้นการบริการแบบส่งถึงบ้าน เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งผู้ส่งและผู้รับ จึงทำให้มีคนก้าวเข้ามาทำธุรกิจการขนส่งเอกชนมากขึ้น เช่น Kerry express , GRAB EXPRESS , Line Man เป็นต้น ใส่ใจตัวเองเพื่อสุขภาพเพื่อสุขภาพ คนยุคใหม่หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งรูปร่าง…