การพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย มีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้าง

Economic development

โลกกำลังก้าวสู่ยุค 5.0 ประเทศไทยเรากำลังยืนอยู่จุดไหน แม้แต่ 4.0 เองจะเรียกได้เต็มปากไหม เราจะพัฒนาต่อไปไม่ได้เลยหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้ ทุกวันนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาหลายอย่าง ที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยทรุดโทรม ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกที่เริ่มทยอยลงอัตราลง เป็นผลมาจากเหตุการณ์สงครามการค้าที่ยังไม่มีข้อสรุป การลงทุนในภาคเอกชนลดลงถึง 40 เปอร์เซ็น ภาคการท่องเที่ยวก็เริ่มชะลอตัว เพราะค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงที่แย่สุดๆ ลองมาดูแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดกันดู

การพัฒนาคุณภาพแรงงานของทุกประเทศ

การเร่งพัฒนาแรงงานคุณภาพ เป็นเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่งที่ทุกประเทศพึงทำ และไทยเองก็ขาดแรงงานฝีมืออยู่มาก แถมยังเจอกับปัญหาการเข้ามาแย่งงานของแรงงานต่างด้าว ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาแรงงานตรงนี้ และเพิ่มกำลังแรงงานคุณภาพได้ เช่นการสนับสนุนหลักสูตรสาขาวิชาชีพ ปวช. หรือ ปวส. ก็จะทำให้ผลผลิตและผลประกอบการเติบโตขึ้น สนับสนุนการส่งออก ช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

หามาตการรับมือกับปัญหาด้านประมง

ประเทศไทยกำลังถูกจับตามองโดยนานาชาติ ด้วยปัญหาในการประมงของไทย ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการละเมิดสูงเป็นอันดับต้นๆ จนถูก IUU แจกใบเหลือง ถ้าหากยังเป็นแบบนี้ แน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าทางทะเล สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ ที่จะทำให้สูญเม็ดเงินเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ขอบเขตในการทำประมงก็ถูกจำกัดลง เนื่องจากการประกาศเขตเศรษฐกิจในต่างประเทศ ทำให้การออกเรือแต่ละรอบ ชาวประมงจะกลับมาพร้อมกับปลาที่น้อยลงกว่าเดิม ส่งผลให้ราคาปลาในตลาดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ที่ต้องรับกรรมคือผู้บริโภค

ตัดสินใจลงทุนให้ถูกสถานการณ์

เหตุการณ์ทั่วโลกตอนนี้ยังไม่มั่นคง แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องโดยตรงของประเทศ แต่มันส่งผลทางอ้อมหลายอย่างที่เราคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นการทำสงครามด้านการค้าระหว่าง จีน-สหรัฐฯ หรือ การที่สหราชอาณาจักรตัดสินใจจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป รวมถึงความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นของญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ทั้งหมดนี้เป็นความวุ่นวายที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก แน่นอนว่ามันส่งผลต่อการส่งออก และการท่องเที่ยวของเราด้วย ดังนั้นการจะตัดสินใจจะต้องดูถึงประโยชน์สูงสุด เช่นการทำข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศก็จะต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เหตุการณ์ยังไม่มั่นคง เราก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ดังนั้นวิธีที่ดีสุดคือการเฝ้าดูให้สถานการณ์ดีขึ้น ก่อนที่จะลงมือทำอะไรที่เกิดผลกระทบระหว่างประเทศ